การศึกษาลักษณะทางคลินิก การทำงานและสารภูมิต้านทานของเบตาเซลล์ตับอ่อน ในผู้ป่วยที่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและมีกรดคีโตนคั่ง ในโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

วัตถุประสงค์: ศึกษาลักษณะทางคลินิก การทำงานและสารภูมิต้านทานของเบตาเซลล์ตับอ่อนในผู้ใหญ่ที่ภาวะน้ำตาล ในเลือดสูงและมีกรดคีโตนคั่ง

วิธีการศึกษา: การศึกษาข้อมูลย้อนหลังจากเวชระเบียนของผู้ป่วยอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไปที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และกรดคีโตนคั่งโดยเก็บข้อมูลลักษณะทางคลินิก ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพื้นฐาน ผลตรวจการทำงานและสารภูมิ ต้านทานของเบต้าเซลล์ตับอ่อน รวมถึงผลการรักษาหลังจากที่ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล

ผลการศึกษา: ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การศึกษามีทั้งหมด 63 ราย มีอายุเฉลี่ย 47.8?17.7 ปี มีดัชนีมวลกายเฉลี่ย 22?4 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและกรดคีโตนคั่งที่พบมากสุดได้แก่ การขาดยา เบาหวาน พบผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ 11 ราย (ร้อยละ 17.5) ผู้ป่วยที่มีการทำงานของเบตาเซลล์ต่ำและมีสารภูมิต้านทาน ของเบตาเซลล์ตับอ่อน 15 ราย (ร้อยละ 23.8) ผู้ป่วยที่มีการทำงานของเบตาเซลล์ตับอ่อนปกติ 12 ราย (ร้อยละ 19) ผู้ป่วยที่ติดตามการรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาหลังออกจากโรงพยาบาล 1 ปีพบ 44 ราย (ร้อยละ 69.8) โดยทั้งหมดยังคงต้องใช้ยาฉีดอินซูลินต่อเนื่อง

สรุปผลการศึกษา: ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและกรดคีโตนคั่งที่เกิดในผู้ใหญ่พบว่า ส่วนใหญ่มีทำงานของเบตาเซลล์ ตับอ่อนที่ลดลงโดยไม่ได้เกิดจากการทำลายของสารภูมิต้านทานของเบตาเซลล์ตับอ่อน ลักษณะผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงแตกต่าง จากผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 ทั่วไป การติดตามการรักษาโดยทั่วไปเพื่อพิจารณาการหยุดยาฉีดอินซูลินเป็น เรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นการติดตามผู้ป่วยกลุ่มนี้ในระยะยาวเพื่อดูปัจจัยที่ส่งผลให้การทำงานของเบตาเซลล์ตับอ่อนดีขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ต่อไป

266
Views
1
Downloads
ดาว์นโหลดไฟล์
Prev ภาวะหน่วยไตอักเสบรุนแรงอย่างรวดเร็วที่เกิดจากสารเชิงซ้อนทางอิมมูนและ แอนตินิวโทรฟิล ไซโตพลาสมิก แอนติบอดีในโรคหนังแข็ง
Next Itchy Papules in a Diabetic Patient with Chronic Kidney Disease