วารสารอายุรศาสตร์ปีที่ 3 ฉบับที่ 3

บทบรรณาธิการ: Editorials

      เวลาผ่านไปเร็วมากนะครับ ฉบับนี้ของ KKUJM เป็นฉบับที่ 3 แล้วนะครับ หัวข้อเนื้อหาในฉบับนี้มีการ เปลี่ยนแปลงไปบ้างครับ คือทางบรรณาธิการได้ยุบหัวข้อ รายงานผู้ป่วยและสัมมนาผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เป็นหัวข้อนิพนธ์ต้นฉบับครับ เดี๋ยวทางผู้อ่านจะหาว่าหัวข้อ ดังกล่าวหายไปไหน ไม่หายไปไหนครับเนื้อหายังมีครบอยู่ เหมือนเดิมแต่แค่ย้ายไปอยู่นิพนธ์ต้นฉบับครับ ส่วนรูปเล่ม ก็มีเปลี่ยนแปลงบ้างเนื่องจากเพื่อลดต้นทุนของวารสาร กระดาษของเนื้อหาด้านในจะบางลง ทำให้ผู้อ่านจับวารสาร แล้วดูเหมือนจะบางลงไปบ้างนะครับ แต่เนื้อหาเท่าเดิมครับ จึงเรียนมาให้ท่านผู้อ่านทราบนะครับ มาดูว่าในฉบับนี้ มีบทความที่น่าสนใจอะไรบ้างครับ

  • บทความ ยากลุ่ม sodium glucose co-transporter type 2 inhibitors ซึ่งเป็นยาลดระดับน้ำตาลกลุ่ม ใหม่ โดยจากการศึกษาพบว่าสามารถลดอัตราการ นอนโรงพยาบาลด้วยหัวใจล้มเหลวลงได้ร้อยละ 35 แต่ยังไม่สามารถทราบกลไกที่ชัดเจน เชื่อว่ายากลุ่มนี้ น่าจะเหมาะสมกับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิด หัวใจล้มเหลวอยู่ก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่ สามารถสรุปได้ชัดเจนในขณะนี้ คงต้องรอการศึกษา เพิ่มเติม
  • บทความเกี่ยวกับการรักษามะเร็งปอดระยะ แพร่กระจาย ว่ามีการค้นพบการกลายพันธุ์ของ epidermal growth factor receptor (EGFR) ยายับยั้ง tyrosine kinase โดยมุ่งเป้าต่อ EGFR พบว่า ได้ผลการรักษาที่ดีมาก โดยเพิ่มอัตราการยุบของก้อน และเพิ่มระยะเวลาการรอดชีวิตโดยปราศจากโรค
  • บทความเกี่ยวกับภาวะขาดโปรตีนและพลังงานและ สารอาหารในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังซึ่งมีความสัมพันธ์กับ อัตราป่วยและอัตราตายที่สูงขึ้น เนื่องจากเป็นภาวะ แทรกซ้อนที่พบได้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระยะที่ 3 ขึ้นไป การฟอกเลือดอย่างเพียงพอ การรักษาภาวะ การอักเสบอย่างทันท่วงที การให้ผู้ป่วยได้รับ สารอาหารอย่างเหมาะสม และการรักษาภาวะเลือด เป็นกรด เป็นแนวทางในการป้องกันและรักษาภาวะ ขาดโปรตีนและพลังงานในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้
  • อาจารย์รุ่งนภา จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ ศึกษาข้อมูลย้อนหลังของลักษณะทางคลินิก การทำงานและสารภูมิต้านทานของเบตาเซลล์ ตับอ่อนในผู้ใหญ่ที่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและ มีกรดคีโตนคั่ง พบว่าภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและ กรดคีโตนคั่งที่เกิดในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มีทำงานของ เบตาเซลล์ตับอ่อนที่ลดลงโดยไม่ได้เกิดจากการ ทำลายของสารภูมิต้านทานของเบตาเซลล์ตับอ่อน ลักษณะผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงแตกต่างจากผู้ป่วยโรค เบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 ทั่วไป การติดตามการ รักษาโดยทั่วไปเพื่อพิจารณาการหยุดยาฉีดอินซูลิน เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นการติดตามในระยะยาว เพื่อดูปัจจัยที่ส่งผลให้การทำงานของเบตาเซลล์ตับ อ่อนดีขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วย

     นอกจากนี้ยังเคสศึกษาที่น่าสนใจได้แก่ รายงานผู้ป่วยได้รับ การผ่าตัดลำไส้เนื่องจากลำไส้ขาดเลือดและได้รับสารอาหาร ทางหลอดเลือดดำ ต่อมาพบว่ามีการติดเชื้อ Ralstonia mannitolilytica ผู้ป่วยดีขึ้นหลังได้ยา ceftazidime และ ผู้ป่วยโรคหนังแข็งที่มีภาวะไตวายเฉียบพลันจากภาวะหน่วยไต อักเสบรุนแรงอย่างรวดเร็วจากแอนตินิวโทรฟิล ไซโตพลาสมิก แอนติบอดีและมีการสะสมของสารเชิงซ้อนทางอิมมูน นอกจากนี้ยังมี image challenge ที่น่าสนใจอีกด้วยครับ

     หากมีข้อคิดเห็น คำติชมหรือข้อเสนอแนะใดๆ กรุณา ส่งมาได้ที่กองบรรณาธิการ และหากต้องการชมวารสารหรือ ร่วมส่งบทความต่างๆ สามารถดูและส่งผ่านทางเวบไซท์ ได้ครับจักเป็นพระคุณยิ่ง

กองบรรณาธิการ

572
Views
30
Downloads
ดาว์นโหลดไฟล์
Prev วารสารอายุรศาสตร์ปีที่ 3 ฉบับที่ 2
Next วารสารอายุรศาสตร์ปีที่ 3 ฉบับที่ 4

Related articles

บทความย่อย

หมวดหมู่วารสาร

วารสารล่าสุด