คำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความ

คำแนะนำสำหรับผู้เขียนบทความลงตีพิมพ์

     ส่วนประกอบของบทความ ได้แก่ บทบรรณาธิการ review article, recent advance, case report, laboratory conference และ image challenge และกิจกรรมประชุมวิชาการ
     บทความต่างๆ สามารถเขียนได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย การเลือกพิจารณาว่าเขียนเป็นภาษาใดขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจของผู้เขียนว่าภาษาใดสามารถสื่อความหมายได้ดีที่สุด
อักษรย่อ คำใดที่ต้องการใช้อักษรย่อในครั้งแรกที่เขียนถึงคำนั้น ควรเขียนคำเต็มและวงเล็บอักษรย่อต่อจากนั้น เมื่อมีการเขียนถึงคำนั้นอีกให้ใช้อักษรย่อแทน
     Review article คือ บทความที่ลักษณะการทบทวนวรรณกรรมต่างๆ อย่างสมบูรณ์ในเรื่องนั้นควรเป็นเรื่องที่พบบ่อยมีผลต่อการดูแลรักษามากหรือเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจในขณะนั้ นเพื่อเป็นการทบทวนองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้ดีขึ้น
     Recent advance คือบทความที่มีความเฉพาะค่อนข้างสูงและมีข้อมูลทางการแพทย์ใหม่เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทราบความรู้ใหม่ในเรื่องนั้น
     Case report คือรายงานผู้ป่วยที่มีความน่าสนใจในด้านต่างๆ ซึ่งอาจเป็นผู้ป่วยที่พบบ่อยหรือผู้ป่วยที่พบได้ไม่บ่อยแต่มีความน่าสนใจ เพื่อให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงโรคหรือภาวะดังกล่าวอันจะนำไปสู่การดูแลรักษาผู้ป่วยที่ดีขึ้นต่อไป
     Original article คือ การนำเสนอผลงานวิจัยของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทั้งภายในและภายนอก ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากงานวิจัย
    
     Image challenge คือ การนำเสนอภาพผู้ป่วยที่น่าสนใจหรือรอยโรคที่พบในผู้ป่วย ผลการย้อมเชื้อก่อโรคต่างๆ ผลสเมียร์เลือดหรือภาพทางรังสี เพื่อให้ผู้อ่านได้ฝึกทบทวนและตอบคำถามที่เกี่ยวข้องนั้นเพื่อให้เกิดความตื่นตัวในการอ่านวารสาร
     กิจกรรมการประชุมวิชาการ เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จัดขึ้นโดยภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือการประชุมวิชาการอื่นๆ ที่น่าสนใจ

การส่งต้นฉบับ

ให้ส่งต้นฉบับจริง และ electronic file ที่พิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft word ที่
รศ.นพ. เจริญ ชุณหกาญจน์, นางสาววิราพร  โพธิ์กลาง
ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอนแก่น 40002
e-mail: c_choonhakarn@yahoo.com, artae_2010@hotmail.com หรือ wiraporn.po@gmail.com

เรื่องที่จะลงพิมพ์

     นิพนธ์ต้นฉบับ (original article) ทุกเรื่องจะได้รับการตรวจจากคณะบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกอย่างน้อย 2 ท่าน นิพนธ์ต้นฉบับไม่ควรมีความยาวเกิน 10 หน้ากระดาษ A4 การรายงานการวิจัยควรมีข้อมูลเรียงลำดับ ดังต่อไปนี้
1. หน้าแรก ประกอบด้วยชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ และสถาบันของผู้นิพนธ์ ทั้งภาษไทยและภาษอังกฤษ
2. บทคัดย่อ (abstract) ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และ key words
3. เนื้อเรื่อง ประกอบด้วย
    - บทนำ (introduction)
    - วัสดุและวิธีการ (materials and methods)
    - ผลการวิจัย (results)
    - วิจารณ์ (discussion)
    - สรุป (summary)
    - กิตติกรรมประกาศ (acknowledgement)
    - เอกสารอ้างอิง (references)
4. ตาราง (table)
5. รูปและคำบรรยาย (figures and figure legends)

     บทความฟื้นวิชาการ (review article) และ บทความก้าวหน้าทางวิชาการ (recent advance) เป็นเรื่องที่ส่งมาเองหรือบรรณาธิการเชิญให้เขียนและ รายงานผู้ป่วย (case report) ทุกเรื่องจะได้รับการตรวจทานต้นฉบับจากคณะบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกอย่างน้อย 2 ท่าน บทความฟื้นวิชาการมีความยาวไม่เกิน 10 หน้า และรายงานผู้ป่วยมีความยาวไม่เกิน 5 หน้ากระดาษ A4 ประกอบด้วยข้อมูลเรียงตามลำดับต่อไปนี้
    1. บทคัดย่อ (abstract) ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และ key words 2. บทนำ (introduction)
    3. เนื้อเรื่อง (text)
    4. สรุป (summary)
    5. เอกสารอ้างอิง (references)

การเตรียมต้นฉบับ

1. การพิมพ์ต้นฉบับ ให้ใช้โปรแกรม Microsoft word โดยใช้ตัวอักษรเป็น Angsana New ขนาด 16
2. หน้าแรก ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อเรื่องควรสั้น และให้ได้ใจความตรงกับวัตถุประสงค์และเนื้อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ คุณวุฒิ สถานที่ทำงานทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์แฟกซ์ และ อีเมลล์ และชื่อ สถานที่ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ เบอร์แฟกซ์ และ อีเมลล์ ของ correspondence หน้าที่ 2 ประกอบด้วยบทคัดย่อ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละไม่เกิน 250 คำ และ key words
3. เนื้อเรื่อง ควรใช้ภาษาที่ง่าย สั้นกะทัดรัดแต่ชัดเจน ถ้าเป็นต้นฉบับภาษาไทยให้ยึดตามหลักพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ไม่ใช้เครื่องหมายวรรคตอน ควรใช้คำภาษาไทยให้มากที่สุด ยกเว้นคำภาษาอังกฤษที่แปล ไม่ได้ หรือแปลแล้วทำให้ได้ใจความไม่ชัดเจน ถ้าใช้คำย่อที่ไม่ใช่สากล ต้องบอกคำเต็มไว้ทุกครั้งที่ใช้ครั้งแรก ชื่อยาควรใช้เป็นชื่อสามัญเสมอ หากจำเป็นต้องใช้ชื่อการค้า ให้ใส่ไว้ในวงเล็บ
4. ตาราง ให้พิมพ์แยกต่างหาก ตารางแต่ละแผ่นให้หมายเลขตารางที่ตามด้วยหัวเรื่องที่อยู่เหนือตาราง
5. ภาพ ให้ใช้ภาพสีหรือขาว ดำ ให้ชื่อกำกับภาพเรียงตามลำดับ ในเนื้อเรื่อง ให้พิมพ์คำอธิบายที่สั้นและชัดเจน ใต้รูปภาพ การจะได้ตีพิมพ์ภาพสีหรือไม่ ขึ้นกับการพิจารณาของกองบรรณาธิการ
6. ต้องลงลายมือชื่อผู้นิพนธ์ทุกคนในจดหมายที่เขียนถึงบรรณาธิการเพื่อส่งต้นฉบับลงพิมพ์
7. เอกสารอ้างอิง ให้ใช้ตาม Vancouver’s International Committee of Medicine Journal Editor (ค.ศ. 1982) ใส่หมายเลขตามลำดับที่อ้างอิงในเนื้อเรื่อง การย่อชื่อวารสาร

ตัวอย่างการเขียนเอกสารอ้างอิง

1. วารสารทั่วไป
    ชื่อผู้แต่ง. ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร ปีพิมพ์; ปีที่พิมพ์: หน้าแรก-หน้าสุดท้าย. นลินทิพย์ ตำนานทอง. การศึกษาชักนำกระแสประสาทของเส้นมีเดียนและอัลน่า. ศรีนครินทร์เวชสาร 2529;1: 11-20.
    Scully RE. Gonadoblastoma : a review of 74 cases. Cancer 1970;1:340-56. ในกรณีที่ผู้เขียนมากกว่า 6 คน ใช้เขียนคำว่า et al หรือ และคณะ ต่อท้ายชื่อผู้แต่งคนที่ 3
2. หนังสือ
    ชื่อผู้แต่ง. ชื่อหนังสือ. สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์, ปีที่พิมพ์.
    วินัย สุตถี, มนตรี ตู้จินดา. ภาวะฉุกเฉินทางกุมรรเวชศาสตร์. กรุงเทพฯ: บี เอฟ ไอ, 2522.
    Ellenberger C. Perimetry: principles, technique and interpretation. New York: Raven Press, 1980.
3. บทในหนังสือ
    ชื่อผู้เขียน. ชื่อบทในหนังสือ. ใน : ชื่อบรรณาธิการ. ชื่อหนังสือ. สถานที่พิมพ์. ปีที่พิมพ์: หน้าแรก- หน้าสุดท้าย.
    กิจจา สินธวานนท์. บาดเจ็บที่กระเพาะอาหารและดูโอดีนั่ม. ใน : เปรม บุรี, ทองดี ชัยพานิช, บก.เชิงปฏิบัติ การการบาดเจ็บ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ กรุงเทพมหานคร, 2520: 70-3.
    Stacher G, Steinringer H. Schmierer G. Effects of the synthetic enkephalin analogue FK 33-824 on colonic motor activity in healthyman. In: Christensen J, ed. Gastrointestinal Motility. New York: Reven Press, 1980:44-50.
4. สิ่งตีพิมพ์ขององค์กรต่างๆ
    National Statistical Office. The survey of population changes. Bangkok : Office of the Prime Minister. 1974-1976.

 

 

 

หมวดหมู่วารสาร

วารสารล่าสุด

ข่าวสาร/ประกาศ